哀しみの向こう岸に 微笑みがあるというよ
Kanashimi no mukou kishi ni
Hohoemi ga aru toiu yo
哀しみの向こう岸に 微笑みがあるというよ
Kanashimi no mukou kishi ni
Hohoemi ga aru to iu yo
たどり着くその先には 何が僕らを待ってる?
Tadori tsuku sono saki ni wa
Nani ga bokura wo matteru?
On the opposite coast of sadness
is something called a smile
On the opposite coast of sadness
is something called a smile
But before we can go there,
is there something we’re waiting for?
from : Only Human - K
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบซีรีย์เรื่อง Ichi Rittoru no Namida หรือ 1 Litre of Tears
ละครเรื่องนี้สร้างมาจากเรื่องจริง ของคิโต อายะ (ในเรื่องใช้ชื่อว่า อิเคอุจิ อายะ) ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1962-1988 เธอป่วยเป็นโรคSpinocerebellar Degeneration ซึ่งเป็นโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้...แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้
Entry นี้...จะไม่ขอเล่าถึงเรื่องราวตามในหนังสือ...
(เพราะยังไม่เห็นฉบับแปลไทย...และข้าพเจ้าอ่านญี่ปุ่นไม่ออก - -" )
แต่จะขออ้างอิงตามละครที่เพิ่งได้ชมจบไปสดๆร้อนๆ

ครับ, ผมเพิ่งได้ชมละครเรื่องนี้จบไปเมื่อวานนี้เอง
ในเรื่องนี้ นางเอกของเรื่องพบว่าตนเองเป็็้นโรคที่ไม่มีวันรักษาให้หายได้ในตอนอายุ 15 ปี
โรค Spinocerebellar Degeneration คือ โรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของแกนสมองในส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อและส่วนต่างๆของร่างกาย
โดยจะเริ่มควบคุมการทรงตัวของร่างกายไม่ได้ กะระยะสิ่งของด้วยสายตาผิดพลาด ทำให้เห็นวัตถุใกล้ไกลกว่าความเป็นจริง ต่อมา ส่วนต่างๆของร่างกายจะเริ่มทำงานตามที่ต้องการไม่ได้
เดินไม่ได้...
กินอาหารไม่ได้
พูดไม่ได้...
แต่ยังคงรับรู้สิ่งต่างๆรอบกายได้เหมือนเดิม
คำพูดแรกที่นางเอกของเรื่องถามคุณหมอของเธอ คือ "ทำไมโรคนี้ถึงเลือกหนู?"
นั่นสินะ? จากเด็กสาวที่มีอนาคตสดใส...
เธอสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายชั้นนำได้...
เป็นนักบาสของโรงเรียน...
...และกำลังมีความรัก...
เหมือนกับทุกอย่างปิดฉากลง...แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้
เธอต่อสู้กับร่างกายของตัวเอง...และเรื่องราวของเธอก็เป็นกำลังใจให้คนอื่นๆอีกมากมาย
รวมถึงตัวผมด้วย...
อยากให้ได้ดูกันครับ...
นอกจากคุณจะได้เห็นความพยายามของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ต่อสู้กับโรคร้ายอยู่ถึง 10 ปีแล้ว คุณยังจะได้เห็นความรักในรูปแบบต่างๆ ทั้งของพ่อแม่ และครอบครัว ของเพื่อน ตลอดจนรูปแบบของคนรัก...
[ ** แล้วจะัมาReviewต่อนะครับ ]
.
.
.
[ อ่ะ...มาต่อละ...^^ ]
วันนี้จะมาบอกเล่าถึงความประทับใจส่วนตัวล้วนๆ (อาจมีสปอยด์)
เริ่มแรก...จากฉากเปิดเรื่อง
มีประโยคที่ได้ยินแล้วน้ำตาร่วงเลยล่ะ...
เป็นฉากที่คุณแม่ของอายะกลับมาเปิดดูไดอารีของลูกสาวตัวเอง
เป็นเสียงของเธอถามว่า... "คุณแม่คะ...หนูจะแต่งงานได้ไหมคะ?"
เอ่อ, อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้อยากแต่งงานเอง (นะเฟ้ย!)
คือ...โดยส่วนบุคคล เป็นคนที่ดูอะไรแล้วมักคิดไปล่วงหน้าไกลๆน่ะ
(อย่างมิสเตอร์บีน...คนอื่นดูแล้วขำ ผมดันรู้สึกเศร้า - -")
พอได้ยินประโยคนี้ ในหัวก็คิดแล้วว่า... เออ, เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องสูญเสียทุกอย่างเลยนะ
พอคิดแบบนี้ก็เลยรู้สึกเศร้าขึ้นมา...
แล้วเรื่องราวต่อมาก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย
ค่อยๆบอกเล่าถึงตัวนางเอกทีละน้อย
ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ภายในครอบครัว...ลักษณะนิสัย...การแอบปลื้มรุ่นพี่ชมรมบาส...
จนถึงการได้พบกันครั้งแรกกับอาโซคุง...
อาโซคุงเป็นพระเอกครับ...
ในตอนแรกเขาก็ไม่ค่อยสนใจนางเอกของเราสักเท่าไหร่ นอกจากการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ
แต่ต่อมา เมื่อเขารู้สึกสะกิดใจกับอาการของนางเอก และรู้ความจริงถึงโรคของเธอ
ความสัมพันธ์แค่เพื่อนในตอนแรกมันก็กลับค่อยๆพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ...
ในตอนแรกๆของเรื่องได้แสดงให้เห็นว่าพระเอกของเราเนี่ยไม่ค่อยสนใจ "มนุษย์" เท่าไหร่นัก...
(มันมีปมครับ...ไปดูกันเอาเอง หึ หึ)
แต่การได้พบกับอายะ ทำให้เขาค่อยๆเปลี่ยนมุมมองไปทีละเล็กทีละน้อย
ไหนๆก็เล่ามาถึงพระเอกแล้ว...ขอเล่าถึงฉากสารภาพรักหน่อยเถอะ!
ชอบคำพูดของอาโซคุงมาก...
ถ้ายังไม่ได้ทำ tag คงติดคู่พระเอกนางเอกเรื่องนี้ไปในลิสต์ 1 ใน 10 รายชื่อนั่นเลยล่ะ
พระเอกพูดไปประมาณว่า "ถึงเธอจะพูดได้ช้า ฉันจะคอยฟัง...ถึงเธอเดินได้ช้า ฉันก็จะคอยเธอ"
ให้ตายเหอะ! นางเอกไม่หลงรักให้มันรู้ไป!!!
เป็นพระเอกที่ทำให้รู้สึกถึงคำว่า "จะอยู่เคียงข้างเสมอ" จริงๆ...
.
.
.
แต่จากเรื่องราวที่เกริ่นให้ฟังกัน ก็คงพอจะทราบกันดีว่าเรื่องราวมันไม่ได้แฮปปี้เอนดิงหรอกนะ...
ยังคงมีการร้องไห้อยูู่เป็นพักๆ...เสียน้ำตากันไปเป็นช่วงๆ...
แต่อย่างไรก็ตาม...ผมเชื่อว่าคนที่ได้ดูละครเรื่องนี้ คงได้รับอะไรจากมันไปบ้างไม่มากก็น้อย
.
.
.
อ้อ, ตอนดูอย่าลืมเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ข้างๆนะครับ
(ทิชชูมันเปลืองน่ะ ^^)
Amagumo ga kireta nara
Nureta michi kagayaku
Yami dake ga oshiete kureru
Tsuyoi tsuyoi hikari
Tsuyoku mae he susume
As the rainclouds break
the wet streets sparkling
Although it brings only darkness
A powerful, powerful light
helps push us to walk on
from : Only Human - K
the wet streets sparkling
Although it brings only darkness
A powerful, powerful light
helps push us to walk on
from : Only Human - K
edit @ 2007/03/30 20:25:23